ท้องลมเป็นอย่างไร

ท้องลมเป็นอย่างไร

ว่ากันว่า การตั้งครรภ์เป็นของขวัญอันล้ำค่าแก่ครอบครัวที่ต้องการมีลูกน้อยไว้เชยชม แต่ไม่ใช่เสมอไปที่ทุกรายจะจบลงอย่างสมปรารถนา เมื่อหาหมอตรวจเข้าจริงๆ กลับพบว่าไม่ตั้งครรภ์ก็มี เหตุการณ์เหล่านี้พบได้บ่อยเหมือนกัน เรามาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่เหล่านี้

ท้องลม
คุณผู้หญิงบางคนเมื่อประจำเดือนขาดหายไป อาจจะรู้สึกตื่นเต้นดีใจสงสัยว่าน่าจะท้องอย่างที่หวัง ยิ่งเมื่อไปซื้อเครื่องทดสอบการตั้งครรภ์จากปัสสาวะแล้ว พบว่า ท้องจริงก็ยิ่งดีใจมากขึ้น แต่เมื่อไปหาคุณหมอเพื่อฝากครรภ์ภายหลังการตรวจ กลับได้รับคำตอบว่ามีการตั้งครรภ์จริง แต่ไม่มีตัวเด็ก หรือที่เรียกกันว่า มี ภาวะไข่ฝ่อ (Blighted ovum) ฟังดูอาจรู้สึกสับสน งุนงงว่ามันคืออะไรกัน เกิดได้อย่างไร และจะต้องรักษาด้วยวิธีไหน
ภาวะไข่ฝ่อ (blighted ovum) หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า ท้องลม จัดเป็นความผิดปกติของการตั้งครรภ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้การตั้งครรภ์ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงครบกำหนดคลอด

ตามปกติภายหลังที่ไข่กับอสุจิมีการผสมกันแล้ว ก็จะมีพัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นทารก รก ถุงน้ำคร่ำ และเมื่อครบ 280 วัน ทารกก็จะคลอดออกมา คนบางคนไม่เป็นเช่นนั้น บางคนท้องแค่ 2-3 เดือน เด็กก็ไม่ยอมอยู่แล้ว และจะหลุดออกมาก่อนเวลาอันควร เหตุการณ์นี้เรียกว่า การแท้ง ที่แปลกกว่านี้ ก็คือ บางคนภายหลังไข่กับอสุจิมีการผสมกันแล้วก็จะมีพัฒนาการต่อไป แปลกที่ส่วนที่เป็นรกและถุงน้ำเจริญต่อไปได้ แต่ส่วนเป็นทารกกลับไม่ยอมเจริญเติบโตต่อ บางรายก็ไม่มีตัวเด็กให้เห็นเลย ในขณะที่บางคนเห็นตัวเด็ก แต่ถ้าตรวจซ้ำจะเห็นตัวเด็กเล็กลง และเสียชีวิตค้างในถุงน้ำคร่ำ ภาวะที่ไม่เห็นตัวเด็กเลย เราเรียกว่า ภาวะไข่ฝ่อ หรือท้องลม คุณแม่ที่มีภาวะนี้ส่วนมากจะมีเลือดออกและแท้งออกมาในที่สุด แต่บางคนก็ค้างอยู่นานถ้าไม่ตรวจก็อาจจะไม่รู้

ที่มา…ท้องลม

การที่ไข่ภายหลังการผสมไม่เจริญเติบโตต่อ ก็เหมือนกับไข่เป็ดไข่ไก่ที่ไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวนั่นเอง สาเหตุที่พบบ่อย คือ ไข่หรืออสุจิที่มาผสมกันไม่แข็งแรงพอ หรือมีคุณภาพไม่ดีพอ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาการต่อไปได้ สาเหตุของความไม่แข็งแรงหรือคุณภาพที่ไม่ดีของไข่ หรืออสุจิมีมากมาย อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานหนัก เครียด รับประทานอาหารไม่เพียงพอ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคบางชนิดที่ยังไม่ได้รับการตรวจอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติของไข่ หรืออสุจิก็เป็นได้

การจะสรุปว่าสาเหตุเกิดจากอะไรแน่ บางครั้งก็บอกยาก เพราะสาเหตุบางอย่างก็ยังไม่รู้จะตรวจอย่างไร เช่น ทำงานหนักแค่ไหนถึงจะเกิดปัญหานี้ การตรวจลักษณะทางกรรมพันธุ์ของไข่กับอสุจิก็ทำยากมาก ส่วนมากเราจะใช้การคาดคะเนกันเป็นส่วนมากว่าถ้ามีปัจจัยใดที่คิดว่าอาจเป็นสาเหตุได้ ก็ควรจะรักษาหรือแก้ไขเสีย
การรักษา
การรักษาภาวะไข่ฝ่อ ทำง่ายมาก เพียงขูดมดลูกเอาถุงน้ำคร่ำที่ผิดปกตินี้ออกให้หมดเท่านั้น
หลายคนคงอยากถามว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ซ้ำได้ไหม คำตอบก็คือ ยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาอะไรที่ชัดเจนในการที่จะป้องกันภาวะนี้ วิธีที่ดีที่สุด คือ การดูแลรักษาตัวเอง ด้วยการรับประทานอาหารที่ดี ได้สัดส่วน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสม ไม่ทำงานหักโหมเกินไปและพักผ่อนให้เพียงพอ
ท้องหลอก
คุณผู้หญิงบางคนอาจมาพบคุณหมอที่โรงพยาบาล เนื่องจากประจำเดือนขาดหายไป ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางคนอาจรู้สึกเหมือนมีลูกดิ้นๆ อยู่ในท้อง และรู้สึกว่าท้องโตขึ้น ปัสสาวะบ่อยด้วย บางรายอาจให้ข้อมูลด้วยว่าแต่งงานมานานอยากมีลูกแต่ไม่มีสักที จากอาการที่เล่าข้างต้นค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองน่าจะตั้งครรภ์
แต่เมื่อไปพบคุณหมอตรวจร่างกาย กลับแจ้งว่า ท้องไม่โต คลำมดลูกไม่ได้ ฟังที่ท้องได้ยินแต่เสียง เคลื่อนไหวของลำไส้ และเมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ก็พบแต่มดลูก ซึ่งไม่มีลักษณะของการตั้งครรภ์ให้เห็นแต่อย่างใด หลายคนอาจสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่อาการบ่งบอกว่าน่าจะท้องแล้ว

อาการที่คุณผู้หญิงรู้สึกว่าเหมือนตัวเองตั้งครรภ์ ทั้งที่ความจริงไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นนั้น เรียกว่า “ท้องหลอก” หรือทางการแพทย์เรียกว่า spurious pregnancy หรือ pseudocyesis ซึ่งจัดเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง
ผู้ป่วยส่วนมากจะมาเล่าอาการมากมายให้คุณหมอ ซึ่งฟังดูแล้วน่าจะเกิดจากการตั้งครรภ์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อย คัดตึงเต้านม ประจำเดือนขาด บางรายรู้สึกว่ามีลูกดิ้นในท้อง หรือ อาจคลำได้ก้อนในท้องซึ่งคิดว่าเป็นมดลูกด้วยซ้ำ

ที่มา…ท้องหลอก

สาเหตุของท้องหลอก หรือไม่มีการตั้งครรภ์จริง เกิดจากสภาพทางจิตใจเป็นหลัก ผู้หญิงกลุ่มนี้มักจะเครียดเพราะอยากมีลูก แต่ไม่มีสักที รักษามาก็ทั้งบ่อยทั้งนาน หมดเงินทองไปก็ตั้งมากแต่ก็ยังไม่ท้องสักที ความเครียดที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมนมากระตุ้นรังไข่ พอถูกกระตุ้น รังไข่ก็จะสร้างฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งไปกระตุ้นมดลูกทำให้ผนังมดลูกหนาตัวและไม่มีประจำเดือน ผู้หญิงกลุ่มนี้อยากท้องอยู่แล้ว พอไม่มีประจำเดือนก็อุปาทานว่าตัวเองตั้งครรภ์ เลยรับประทานอาหารบำรุงใหญ่ ทำให้อ้วนหรืออ้วนมากเกินไปด้วยซ้ำ ซึ่งความอ้วนที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น ไขมันที่ว่าสามารถสร้างฮอร์โมนไปทำให้ไม่มีประจำเดือนได้เช่นกัน เมื่อแพทย์ตรวจมดลูกโดยเฉพาะการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ก็จะไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด สำหรับอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อย รู้สึกว่ามีลูกดิ้นในท้อง หรือบางคนอาจคลำได้ก้อนในท้องซึ่งคิดว่าเป็นมดลูกล้วนแต่เป็นอุปทานทั้งสิ้น

การรู้สึกเหมือนเด็กดิ้นเกิดจากการบีบตัวของลำไส้ การปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องของจิตใจที่แล้วแต่ใครจะวิตกกังวลเรื่องการถ่ายปัสสาวะมากน้อยแค่ไหน ส่วนรายที่คิดว่าคลำมดลูกได้ ส่วนมากเกิดจากผนังหน้าท้องที่หนามาก หรือท้องอืดมากจากลมในลำไส้

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะสรุปว่า ท้องหลอกเกิดจากภาวะจิตใจ แพทย์อาจต้องตรวจวินิจฉัยให้ละเอียดเสียก่อน เพราะมีโรคหรือความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการ หรืออาการแสดงให้เห็นคล้ายๆ กับการตั้งครรภ์ได้เช่นเดียวกัน เช่น โรคของต่อมใต้สมองที่มีการสร้างฮอร์โมนบางชนิดมากเกินไป แต่พวกนี้มักมีน้ำนมไหลร่วมด้วย บางรายอาจจะมีอาการเพราะรับประทานยารักษาโรคบางอย่าง เช่น ยากันชัก หรือยานอนหลับบางชนิดเข้าไป
การรักษา
จริงๆ แล้วผู้ป่วยพวกนี้ไม่จำเป็นต้องให้การรักษา เพียงแต่ให้กำลังใจ คำแนะนำ และการดูแลรักษาทางจิตใจ พบว่าส่วนมากสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วโดยไม่ต้องใช้ยา ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยมีความเครียดและวิตกกังวลมาก ก็อาจต้องให้ยาคลายความวิตกกังวล

ท้ายนี้ขอฝากความปรารถนาดีให้คุณแม่ทั้งหลายนำไปปฏิบัติ เพื่อการตั้งครรภ์ที่ดี ไม่มีภาวะท้องลมท้องหลอกเกิดขึ้น เพียงท่านดูแลร่างกายให้สดชื่น สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญแรก ๆ ทั้งใส่ใจสุขภาพจิตไม่ให้เครียดจนเกินไป ก็จะทำให้คุณแม่มีการตั้งครรภ์ที่ดี ดำเนินการตั้งครรภ์อย่างปกติ และลงเอยด้วยการคลอดที่ปลอดภัย

ยาสตรีเบนโลทำแท้งได้จริงหรือ ???

ยาสตรี เป็น ยาแผนโบราณ สรรพคุณคือ บำรุงเลือด บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร แก้ประจำเดือนไม่ปกติและเป็นยาแทนการอยู่ไฟ ขับน้ำคาวปลา ช่วยฟอกโลหิต ตำรับยานี้เป็นจัดเป็นยาแผนโบราณที่ไม่ได้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ดังนั้นจะต้องวางขายในร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ส่วนประกอบหลักของยาสตรีมีอยู่สองส่วน คือสมุนไพรโกฏเชียง หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ตังกุย กับแอลลกอฮอล์ แอลกอฮอร์ที่มีอยู่เพื่อไว้เป็นตัวสกัดตัวยาออกมา ตัวยาที่ว่าคือ ไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen) Estrogen เอสโตรเจน เป็นฮอร์โมนเพศหญิงซึ่งร่างกายเราผลิตจากรังไข่ รก หรือต่อมอะดรีนาล estradiol ซึ่งเป็นหนึ่งในเอสโตรเจนหลักๆ 3 ชนิดที่พบในร่างกายมนุษย์ ฮอร์โมนกลุ่มนี้มีผลโดยตรงต่อการแสดงลักษณะ ของเพศหญิง นับตั้งแต่การเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ มีประจำเดือน ตกไข่ ตั้งท้อง ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน estradiol มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของเนื้อเยื่อปากมดลูก มดลูกและเต้านม phytoestrogen Phytoestrogen เป็นสารอินทรีย์ซึ่งสร้างขึ้นโดยพืช แต่มีคุณสมบัติเช่นเดียวฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่าเอสโตรเจน สารเหล่านี้พบได้ทั้งในส่วนเมล็ด ลำต้น รากหรือดอก โดยในพืช สารนี้จะทำหน้าที่เป็นสารฆ่า เชื้อรา (fungicide) หรือเป็น phytoalexin นั่นคือเป็นสารเคมีที่พืชสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตน เองเมื่อถูกรุกรานโดยจุลชีพphytoestrogen จะมีบางส่วนของสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงหรือเทียบได้กับ steroid nucleus ของ estradiol อันเป็นเอสโตรเจนที่พบในธรรมชาติหรือในร่างกายมนุษย์ ดังนั้นเมื่อกินยาชนิดนี้แล้ว ก็จะมีผลเช่นเดียวกับ estrogen ต่อร่างกาย และสารเหล่านี้อาจเข้าไปมีผลป้องกันหรือปรับเปลี่ยนภาวะความผิดปกติของร่างกาย หรือการเกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็งบางชนิด โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับอาการหลังการหมดประจำเดือน(menopausal symptoms) ได้อีกด้วย การออกฤทธิ์ของไฟโตรเอสโตรเจน ไฟโตรเอสโตรเจนออกฤทธิ์ได้ทั้งเสริมและต้านเอสโตรเจน ในกรณีที่มีเอสโตรเจนในร่างกายมากเกินไป ไฟโตรเอสโตรเจนจะไปจับกับตัวรับของเซลล์ (receptor)ของเอสโตรเจน เกิดการยับยั้ง การทำงานและต้านการออกฤทธิ์ของเอสโตรเจน (anti-oestrogenic effect) ในขณะที่เมื่อร่างกายเกิด การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ในหญิงวัยหมดประจำเดือน ไฟโตรเอสโตรเจนจะไปจับกับตัวรับของเซลล์เอสโตรเจน และออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน (2) จึงเชื่อว่า ไฟโตเอสโตรเจนอาจจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งที่สัมพันธ์กับฮอร์โมน และโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้พอๆกับการลดอาการหลังการหมดประจำเดือน ปัจจุบันจึงกล่าวถึง phytoestrogen อย่างกว้าง ขวาง เนื่องจากโครงสร้างและการออกฤทธิ์ที่คล้าย estrogen ดังกล่าวการที่ได้รับสารอาหารธรรมชาติชนิดนี้ จึงน่าจะมีบทบาทในการรักษา อาการที่เกิดขึ้น ในช่วงวัยหมดระดู รวมถึงการปกป้องการเกิดโรคหัวใจและ หลอดเลือดรวมถึงโรคกระดูกพรุน นอกจากนั้นพบว่าประชากรที่มีวิถีชีวิตการกินอยู่ที่สัมพันธ์กับ phytoestrogen อย่างแนบแน่น เช่น กลุ่มที่รับประทานมังสวิรัติ , ประชากรในแถบเอเชียโดยเฉพาะญี่ปุ่น พบว่ามีอัตราการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็งต่ำ ปริมาณที่ควรได้รับ ปริมาณไฟโตรเอสโตรเจนที่ควรได้รับจากอาหาร คือ 30 ? 50 มิลลิกรัม (3) ประมาณได้ อย่างคร่าวๆ ดังนี้ – นมถั่วเหลือง 250 ซีซี ? 15-60 มิลลิกรัม – เต้าหู้ 1 ก้อน (115 กรัม) ? 13-43 มิลลิกรัม – โยเกิรต์เต้าหู้ (200 กรัม) ? 26 มิลลิกรัม

เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า ยาสตรีเบนโล ไม่ได้มีสรรพคุณในการทำแท้งแต่อย่างใด

การคุมกำเนิดแบบหน้า 7 หลัง 7

หน้า7 หลัง7 คุมกำเนิดได้ผลแค่ไหนผมไม่รู้ใครเป็นคนบัญญัติสูตรนี้ขึ้นมา มันสร้างความเจ็บปวดมาแยะแล้ว สักแต่ได้ยินมาแล้วก็เอามาใช้ ใช้โดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร บางคนก็ว่าหลังจากรอบเดือนหมดแล้วก็นับหนึ่ง ” ก็..บอกว่า “หลัง” หลังก็ต้องหมดแล้วซิ ” ใช่เลยครับ…..ก็..เรียบร้อยยยย… ท้องซิครับ ความหมายที่แท้จริง 7 หน้าหมายความว่า 7 วันก่อนรอบเดือนจะมา 7 วัน หลังหมายความว่า 7 วันนับจากวันแรกที่รอบเดือนมา สมมุติว่ารอบเดือนมาวันที่ 10 11 12 13 7วันหน้า หรือ7วันก่อนคือวันที่ 3 4 5 6 7 8 9 7 วันหลัง คือวันที่ 10 11 12 13 14 15 16 กรณี 7วันหลัง ถ้าไม่มีการร่วมเพศในวันที่มีรอบเดือน ก็แปลว่าจะมีวันที่มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยแค่ไม่กี่วัน ถ้ามีรอบเดือน 3 วัน ก็มีวันปลอดภัยเหลือ 4วัน ถ้ารอบเดือนมา 5 วันก็จะมีวันปลอดภัยเหลือ 2 วัน ตรงไปตรงมา (ถ้าคุณจะฝ่าไฟแดงก็สามารถทำได้ แต่ก็ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ไม่มีอันตรายอะไร) กรณี7วันหน้า หรือ7วันก่อน ก็แปลว่าคุณต้องรู้ว่าจะมีรอบเดือนคราวต่อไปเมื่อไหร่ คุณจึงสามารถกะได้ว่า 7 วันนั้นคือวันที่เท่าไหร่

 

สมมุติว่าคุณสามารถกะได้ว่ารอบเดือนคุณจะมาเดือนหน้าวันที่ 13 คุณก็รู้ได้ว่าวันปลอดภัยคือวันที่ 6 7 8 9 10 11 12 ดังนั้นพอถึงวันที่ 6 คุณก็รู้ว่าถึงวันปลอดภัยแล้ว มีเพศสัมพันธ์กันได้โดยไม่ต้องกังวลใจว่าจะตั้งครรภ์ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเดือนหน้ารอบเดือนจะมาเมื่อไหร่การนับวันปลอดภัยนี้ใช้ได ้เฉพาะคนที่มีรอบเดือนมา “สม่ำเสมอ” เท่านั้น เช่น คนหนึ่งมีระยะรอบเดือน28วัน ก็แปลว่าทุกๆ 28 วันก็จะมีรอบเดือนครั้งหนึ่ง เช่น รอบเดือนมาวันแรกวันที่ 20 กันยายน นับมาอีก 28 วัน ครบ28 วันตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม พอวันที่18 ตุลาคมรอบเดือนก็จะมา เดือนหน้านับไปอีก 28วัน ก็จะครบ28วันตรงกับวันที่14 พฤศจิกายน รอบเดือนก็จะมาวันที่ 15 พฤศจิกายน อย่างนี้เรียกว่ารอบเดือน”มาสม่ำเสมอ” หรือ”มาตรงกำหนด” (แต่ไม่ตรงวันที่ของปฎิทิน] หรืออีกคนมีระยะรอบเดือน 32 วัน ก็แปลว่าทุกๆ 32 วันจะมีรอบเดือนมาครั้งหนึ่ง เช่น รอบเดือนมา วันที่ 11 เมษายน นับมาอีก 32วัน จะครบวันที่ 12 พฤษภาคม ดังนั้นวันที่ 13 พฤษภาคมรอบเดือนก็จะมา คนๆนี้ก็สามารถคาดได้ว่าเดือนมิถุนายน รอบเดือนจะมาวันที่ 14 มิถุนายน ช่วงปลอดภัยของเธอคือ 7 8 9 10 11 12 13 มิถุนายน กรณีที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ไม่สามารถใช้วิธีนับวันปลอดภัยได้ อย่างบางคน รอบเดือนมาสะเปะสะปะ เดือนก่อนโน้น มาวันที่ 15ของปฏิทิน เดือนต่อมามาวันที่ 12 แล้วเดือนต่อมามาวันที่ 19 หรือเอาแน่นอนไม่ได้ มาบ้างไม่มาบ้าง

 

อย่างนี้จะใช้วิธีนับวันปลอดภัยไม่ได้ ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในวันมีรอบเดือนจะปลอดภัยไหม โดยปกติก็ปลอดภัย ถ้ารอบเดือนคุณไม่มามากกว่าคราวละ 7วัน ถ้ามีเพศสัมพันธ์เลย 7วันหลังไปวันสองวันจะปลอดภัยไหม กรณีนี้ต้องอธิบายยาวหน่อย สิ่งแรกที่คุณต้องทราบก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีไข่สุกแล้วไม่มีการปฏิสนธิ อีก 14 วันรอบเดือนก็จะมา สมมุติว่าไข่ตกวันที่ 12 มิถุนายน แล้วไม่มีเพศสัมพันธ์กันเลย วันที่ 26 มิถุนายน รอบเดือนก็จะมา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าไข่จะตกเมื่อไหร คนที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมาสะเปะสะปะ มาบ้างไม่มาบ้าง เอาแน่นอนไม่ได้ ก็ไม่มีทางคำนวนได้ แต่ถ้ารอบเดือนมาสม่ำเสมอ คุณกะวันที่รอบเดือนจะมาคราวหน้าได้ คุณก็สามารถกะวันไข่ตกได้ เช่น ระยะรอบเดือนของคุณมาทุก 26 วันแน่นอน ครบ 26 วันก็มา อย่างนี้คุณก็สามารถกะวันรอบเดือนจะมาคราวหน้าได้ เช่น เดือน มิถุนายน รอบเดือนมาวันที่ 11 นับไปอีก 26 วัน ก็ตรงกับวันที่ 6กรกฏาคม

 

ดังนั้นเดือนกรกฏาคม รอบเดือนควรมาวันที่ 7 นับถอยหลังมา 14 วัน ก็จะตรงกับวันที่ 23 มิถุนายน ก็คือวันไข่สุก นั่นคือวันไม่ปลอดภัยสุดๆ แต่การสุกของไข่ก็ไม่ได้เป๊ะๆ อย่างนั้น อาจสุกก่อนหน้านั้นสองวัน หรือหลังนั้นวันสองวันก็ได้ จึงต้องเผื่อไว้อีก 4 วัน คือวันที่ 21 22 24 25 ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมี 5 วัน คือวันที่ 21 22 23 24 25 มิถุนายน แต่ไข่เมื่อสุกแล้วก็มีคุณสมบัติที่จะอยู่ผสมได้อีก 24 ชั่วโมง ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาอีก 1วัน คือวันที่ 26 (สมมุติว่ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 26 ไข่สุกวันที่ 25 ก็ยังท้องได้) ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงเพิ่มมาอีก 1 วัน รวมเป็น 6 วันคือ 21 22 23 24 25 26 ยัง..ยังไม่หมดแค่นั้น เชื้ออสุจิเมื่อเข้ามาในตัวหญิงนั้นมีคุณสมบัติที่จะผสมกับไข่ได้อีก 48 ชั่วโมง ดังนั้นวันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาอีก 2 วัน คือวันที่ 19 20 (ถ้ามีเพศสัมพันธ์วันที่ 19 แล้วเกิดไข่สุกวันที่ 21 ก็ท้องได้ ) รวมแล้ววันไม่ปลอดภัยจึงมีเพิ่มมาเป็น 8 วัน คือวันที่ 19 20 21 22 23 24 25 26

 

จะเห็นได้ว่ากรณีนี้ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์เลย 7 วันหลังไป 2 วัน (รอบเดือนมาวันที่ 11 และ7 วันหลังคือ 11 12 13 14 15 16 17 ) คือวันที่19 ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว แต่ถ้าเกิดระยะรอบเดือนคุณยาว เช่น 33วันมาครั้ง (ดูตามปฏิทิน รอบเดือนจะเลื่อนออกไปทุกเดือน) กรณีนี้สบายใจได้หน่อย ยกตัวอย่างกรณีข้างต้น เป็นอีกคนที่มีระยะรอบเดือน 33 วัน รอบเดือนมาวันที่ 11 มิถุนายน คราวต่อไป(นับไปอีก 33 วัน) รอบเดือนก็จะมาวันที่ 14 กรกฏาคม ไข่คนนี้จะสุกวันที่30มิถุนายน (นับถอยหลังมา 14 วันจากวันที่ 14) วันไม่ปลอดภัย 8 วันนั้นคือ 26 27 28 29 30 มิถนายน 1 2 3 กรกฏาคม ดังนั้นถ้าคนนี้มีเพศสัมพันธ์วันที่ 19 (เลย 7วันหลังมา 2วัน) ก็ยังอุ่นใจว่า ยังห่างจากวันไม่ปลอดภัยแยะ ก็ไม่น่าตั้งท้อง จะเห็นได้ว่า คน สองคนมีเพศสัมพันธ์เลย 7 วันหลังไป 2 วันเหมือนกัน แต่โอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ต่างกัน

 

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าระยะรอบเดือนของคนนั้นสั้นหรือยาว สรุป 1. ถ้ารอบเดือนคุณมาไม่ส่ำเสมอ ก็อาจมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีรอบเดือนได้ค่อนข้างปลอดภัยถ้ามีรอบเดือนไม่เกิน 7วัน 2. ถ้าระยะรอบเดือนของคุณสั้น การมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 7วันหลังโดยเฉพาะวันท้ายๆก็หมิ่นเหม่ทีเดียว 3. การจะใช้วิธีนับวันปลอดภัย 7หน้า7หลัง ควรเป็นคนที่มีรอบเดือนมาส่ำเสมอ 4. หลังจาก “7วันหลัง” (นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา) แล้ว ความปลอดภัยจะลดลงเรื่อยๆ จนถึง 8วันอันตรายที่ไม่ปลอดภัยคือช่วงเสี่ยงสุดๆ พอพ้น 8วันอันตรายไปแล้ว ความปลอดภัยก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น จนถึง 7วันก่อนรอบเดือนคราวหน้าจะมาก็จะเป็นช่วงปลอดภัยหายห่วงอีกครั้ง เมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว มีวารสารการแพทย์ฉบับหนึ่งได้รายงานการวิจัยหญิงที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ 28 วัน จำนวนประมาณ 200 คน พบว่า ความรู้เดิมๆที่เราเคยเชื่อกันว่า มีไข่ตกในช่วง 8 วันอันตรายนั้นไม่จริงเสียแล้ว ถ้าเปรียบการตกไข่เหมือนฝนตกแล้ว ฝนจะตกชุกในช่วง8วันอันตรายส่วนวันอื่นๆก็อาจมีฝนตกได้บ้างเปาะแปะ รวมทั้ง 7วันแรกที่มีรอบเดือน และ 7 วันก่อนมีรอบเดือนก็อาจมีไข่ตกได้

 

อย่างไรก็ตามผู้รายงานสรุปว่า จำนวนตัวอย่างที่ทำยังน้อย คงต้องทำมากกว่านี้เพื่อหาคำอธิบายว่าทำไม่จึงเป็นอย่างนั้น สำหรับผมจึงอยากเตือนว่า การใช้วิธีนับวันนั้นไม่ค่อยปลอดภัยนัก ถ้ายังไม่แต่งงานแล้วมีเพศสัมพันธ์ละก้อ ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ดีที่สุดครับ

การทำแท้งในประเทศแอฟริกา

ประเทศไนจีเรีย
ทำแท้งถูกกฎหมายในประเทศไนจีเรียเดียวที่จะรักษาชีวิตของแม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านสุขภาพรายงานว่าจำนวนมากของขั้นตอนจะดำเนินการทั้งในส่วนใหญ่นับถือ
ศาสนาคริสต์ภาคใต้และมีอำนาจเหนือกว่าชาวมุสลิมเหนือ ในปี 2008 สมาคม
นรีเวชวิทยาและสูติศาสตร์ของไนจีเรียรายงานว่า 11% ของการเสียชีวิตของ
มารดาในไนจีเรียเกิดจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

เซเนกัล
กฎหมายเซเนกัลตามประมวลกฎหมายอาญาปี 1810 ทำให้การทำแท้งผิดกฎหมาย
ในเซเนกัลยกเว้นการช่วยชีวิตแม่ เพื่อให้ผู้หญิงมีคุณสมบัติในการทำแท้งแพทย์
สองคนต้องเห็นพ้องต้องกันว่าชีวิตของเธอตกอยู่ในอันตรายและแพทย์คนหนึ่ง
ต้องอยู่ในรายชื่อที่ศาลอนุมัติ ข้อ จำกัด เหล่านี้ดึงดูดความสนใจของคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมของสหประชาชาติซึ่งแสดงความ
กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเนื่องจากขาดการทำแท้ง
ทางกฎหมาย

South Africa
ตั้งแต่ปี 1996 มีการทำแท้งโดยไม่มีข้อ จำกัด ในแอฟริกาใต้ในช่วงไตรมาสแรกของ
การตั้งครรภ์หากสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตของแม่อยู่ในภาวะเสี่ยงหากการตั้งครรภ์
มีผลต่อสถานการณ์ทางสังคมหรือเศรษฐกิจของแม่หรือการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการ
ข่มขืนหรือ การร่วมประเวณีระหว่างพี่น้อง หลังจากสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์
จะมีการทำแท้งหากชีวิตของแม่หรือสุขภาพของทารกในครรภ์มีความเสี่ยง ในช่วงต้นปี
2551 รัฐสภาแอฟริกาใต้ลงมติให้ผ่อนคลายข้อ จำกัด ในการทำแท้งยิ่งขึ้นสร้างสิ่ง
อำนวยความสะดวกในการทำแท้งตลอด 24 ชั่วโมงและอนุญาตให้พยาบาล – ไม่ใช่แค่
ผดุงครรภ์และแพทย์ – เพื่อทำตามขั้นตอน ประธานาธิบดีทาโบเอ็มเบกิยังไม่ได้ลงนาม
ในกฎหมายเมื่อเขาลาออกในเดือนกันยายน 2551

ซิมบับเว
กฎหมายการทำแท้งของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงในปี 1977 เพื่อให้กระบวนการเมื่อ
สุขภาพกายของแม่มีความเสี่ยงเมื่อการตั้งครรภ์เป็นผลมาจาก “การมีเพศสัมพันธ์ที่
ผิดกฎหมาย” เช่นการข่มขืนหรือร่วมประเวณีกับร่างกายเมื่อทารกในครรภ์มีความเสี่ยง
หรือเมื่อชีวิตของแม่ใกล้สูญพันธุ์ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตและการรับรองอย่างเป็น
ทางการในทุกสถานการณ์เหล่านี้กระบวนการที่ผู้ให้การสนับสนุนเรื่องสิทธิในการทำแท้ง
บอกว่าผลักดันให้ผู้หญิงหลายคนแสวงหาการทำแท้งที่ผิดกฎหมาย

การทำแท้งหมายถึงอะไร

ความหมายของการแท้ง

การแท้ง หมายถึงการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนที่เด็กจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นอกครรภ์มารดาเท่าที่องค์การอนามัยโลกใช้กันมาแต่เดิม ถือเอาการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กยังหนักไม่ถึง 1,000 กรัม 

ในระยะหลังนี้ประเทศที่พัฒนาแล้วมีความก้าวหน้าทางการแพทย์มาก จนสามารถจะเลี้ยงดูเด็กที่น้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่า 1,000 กรัม ให้รอดชีวิตได้เป็นส่วนใหญ่ ประเทศเหล่านั้นจึงเปลี่ยนนิยามของการแท้งใหม่ โดยถือว่าการแท้งเป็นการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ต่ำกว่า 20 สัปดาห์ หรือเมื่อเด็กมีน้ำหนักต่ำกว่า 500 กรัม สำหรับในประเทศไทยยังไม่ก้าวหน้าถึงเพียงนั้น จึงยังคงใช้คำนิยามเดิมไปก่อน

 

ประเภทการแท้ง
1. การแท้งเอง หมายถึงการแท้งที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่จงใจจะให้ เกิดการแท้ง ถือเป็นความล้มเหลวของการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ สาเหตุของการแท้งเองอาจจะเกิดได้จาก 
1.1 ความบกพร่องของไข่ที่ผสมแล้ว หรือตัวอ่อน พวกนี้จะแท้งตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ ไปจนถึงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
1.2 ความบกพร่องทางด้านมารดา เช่น มดลูกพิการ ปากมดลูกปิดไม่ดี โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคไต โรคเลือด การแท้งจากสาเหตุนี้จะเกิดขึ้นเมื่ออายุครรภ์มากเกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป 
จากการสำรวจผู้ป่วยแท้งเอง แพทย์ยังไม่พบสาเหตุชัดเจน สำหรับตัวผู้ป่วยเองนั้น มักจะคิดว่าการกระทบกระเทือนเป็นสาเหตุของการแท้ง 
จากสถิติทางการแพทย์พบว่า การแท้งเองเกิดขึ้นร้อยละ 10 ของการตั้งครรภ์ หมายถึงว่า การตั้งครรภ์ 10 ครั้งจะเกิดการแท้งเอง 1 ครั้ง แต่ผู้เขียนคิดว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะมากกว่านี้ ทั้งนี้เนื่องจากการแท้งเองในระยะที่พึ่งเริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ อาจเกิดขึ้นโดยผู้ตั้งครรภ์ไม่ทราบว่าตนเองแท้ง อาจคิดว่ามีประจำเดือนล่าช้ากว่ากำหนดก็ได้

 

2. การทำแท้ง หมายถึง กระทำเพื่อให้เกิดการแท้ง แบ่งเป็น 
2.1. การทำแท้งเพื่อการรักษา หมายถึงการทำแท้งในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ กฎหมาย ระบุไว้ชัดเจนว่า แพทย์สามารถจะทำแท้งได้ในกรณีต่อไปนี้ 
(1) เมื่อพิจารณาเห็นว่าหากปล่อยให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตสุขภาพของมารดา เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเลือด โรคไตบางชนิด 
(2) มารดาที่เป็นโรคจิตอยู่ก่อนการตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคจิตขณะตั้งครรภ์ 
(3) การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นจากการข่มขืนกระทำชำเราในผู้เยาว์ต่ำกว่า 15 ปี

 

2.2. การทำแท้งที่ผิดกฎหมาย 
การลักลอบทำแท้งที่ผิดกฎหมายมีอุบัติการณ์สูงมาก เท่าที่เผยแพร่ตัวเลขเพื่อประกอบการพิจารณาแก้ไขกฎหมายทำแท้งในปี พ.ศ. 2542 นั้น อ้างว่ามีการทำแท้งทั่วประเทศปีละระหว่าง 200,000-400,000 ราย ตัวเลขนี้ผู้ที่คัดค้านการแก้กฎหมายทำแท้งให้ความเห็นว่ามากเกินความเป็นจริง แต่สำหรับผู้สนับสนุนให้แก้กฎหมายกลับคิดว่าเป็นตัวเลขที่น้อยไปด้วยซ้ำ

จะแน่ใจได้อย่างไรว่าท้อง

Abortion Is Personal Decision. Embryo with scissors. Flat vector illustration. Abortion sign, Abortion illustration, Abortion icon

การตรวจ ultrasound ทางหน้าท้อง ในกรณีที่ท้องอ่อนๆอาจมองไม่เห็นการตั้งครรภ์ได้ หรือถ้าไม่ได้กลั้นปัสสาวะมาก่อน ภาพก็อาจไม่ชัด หรือบางคนกินยาขับ ยาสตรีมา อาจมีเลือดออกอยู่ในโพรงมดลูกบ้าง ทำให้ไปบังมองไม่เห็นถุงของการตั้งครรภ์ หรือถ้าผู้ตรวจรีบไม่ได้ใช้เวลาดูให้ดีพอ ก็อาจยังตรวจไม่พบ

ซึ่งจริงๆแล้ว อาจตรวจปัสสาวะช่วยยืนยันการตั้งครรภ์ได้อีกวิธี เพราะชุดตรวจสอบปัสสาวะปัจจุบันมีความไวสูง อาจบอกได้ดีกว่า ultrasoundว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แต่ที่เขาไม่ทำก็เพราะว่า แม้ว่าตรวจพบว่าตั้งครรภ์ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า ท้องนอกมดลูกหรือไม่ ขืนไปทำให้ แล้วไม่ได้ตรวจสอบ สิ่งที่ดูดออกมาให้ดี (ซึ่งเล็กๆจะดูยาก) ปล่อยให้คุณกลับบ้านไป โดยคิดว่าเรียบร้อยแล้ว แล้วคุณกลับไปปวดท้อง ตกเลือด เนื่องจาก ท้องนอกมดลูกแตก ก็จะมาโทษว่าทางเขาทำไม่ดีก็จะเสีย จะเดือดร้อน อีกอย่างถ้าท้องเล็กเกิน ปากมดลูกจะเล็ก แข็ง ปิด การใส่เครื่องมือจะทำได้ยากกว่า ท้องที่โตขึ้นมาอีกหน่อย ซึ่งอาจทำให้ปากมดลูกฉีกขาด มดลูกทะลุ ได้ง่ายกว่า และถ้าระวังมากไป ใส่เครื่องมือไม่สุด อาจดูดได้แต่เยื่อบุมดลูก แต่ถุงของการตั้งครรภ์ยังอยู่ ทำให้การตั้งครรภ์นั้นดำเนินต่อไปได้ สรุปว่าเล็กเกินไปก็ไม่เหมาะที่จะทำ แต่ใหญ่เกินไปก็ไม่ดี เมืองนอกเขาใช้ยา แต่ยาก็ไม่ 100%เหมือนกัน

และยาบางตัวเมืองไทยก็ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย แม้ว่าจะเห็นคนใช้กันเยอะแยะกันไปหมด โดยเฉพาะกรณีท้องนอกมดลูก ปํจจุบันมีการศึกษาว่าสามารถใช้ยารักษาได้ผลถึง 70-80% โดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถ preserved ปีกมดลูกไว้ได้และยังทำงานได้ด้วย ซึ่งการรอ อีก 2 อาทิตย์ก็อาจจะเสียโอกาสตรงนี้ไป ต้องผ่าอย่างเดียว แต่บางสถาบัน เช่นจุฬา ก็ยังผ่าอย่างเดียว ไม่ได้ลองใช้ยาดูก่อน กรณีของคุณ ถ้ากังวลมากอาจไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยขอให้หมอตรวจ ultrasoundโดยใช้หัวตรวจชนิดสอดเข้าทางช่องคลอดอาจทำให้เห็นชัดกว่า ตรวจพบได้เร็วขึ้น

แต่ค่าตรวจก็จะแพง หลายร้อย ไม่ใช่ 150 บาท ที่คุณตั้งข้อสังเกตุว่าอาจถูกหลอกเอาเงินน่ะดีแล้ว เพราะมีหลายคลีนิคมากที่ หลอกกิน ฟรี ไม่ท้องบอกว่าท้อง แล้วหลอกฉีดยา จัดยาให้กิน แนะให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือซื้อที่ตรวจมาตรวจด้วยตัวเองก่อนเป็นเบื้องต้น จะสบายใจกว่า ถ้าไปคลีนิคที่ไหนที่เขาจะใช้ยา ให้ถามเขาว่า ถ้าไม่ออกจะคืนเงินให้หมดใช่ไหม และถ้ามีผลแทรกซ้อนเขาจะรับผิดชอบรักษาให้ฟรีหรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกรณีที่ต้องเข้า โรงพยาบาลใช่ไหม และค่าใช้จ่ายที่เขาจะเก็บคือแค่นั้นใช่ไหม ไม่ใช่นัดมาหลายๆครั้งเก็บเงินทุกครั้งจนบางคนหมดเป็นหมื่นก็มี ถ้าคำตอบคือไม่ ขอให้คุณเดินออกจากร้านไปเลย ไม่ต้องไปสนใจ คุณกำลังจะถูกหลอก

การทำแท้งที่บ้าน

หลายคนเข้าใจว่าการทำแท้งเป็นสิ่งที่น่ากลัว หากทำโดยลำพังและหากไม่มีการช่วยเหลือ
คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับการทำแท้งที่บ้านและการจัดการด้วยตนเองหรือไม่ ?

พูดง่ายๆคือการทำแท้งที่บ้านคือการทำแท้งด้วยตัวเองที่บ้านและไม่มีการดูแลจากแพทย์
ในกรณีนี้ส่วนใหญ่มันหมายถึงการสั่ง “ยาทำแท้ง” (ชื่อแบรนด์: RU486) ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

คุณอาจศึกษาจากวิดีโอด้านล่าง

โดยทั่วไปยาเม็ดทำแท้งตัวแรก (mifepristone) จะถูกกินเข้าไปหากเริ่มที่จะทำแท้ง
ในการทำแท้งที่บ้านคุณจะได้รับยาเหล่านี้ทางไปรษณีย์และนำไปส่งที่บ้าน ยาเม็ดแรกนี้
จะยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและทำให้เด็กไม่ได้รับสารอาหาร
อย่างไรก็ตามหลังจากกินยาไปแล้ว 24-48 ชั่วโมง ก็จะกินยาเม็ดที่สองชื่อ Misoprostol
(ชื่อแบรนด์ Cytotec) ยาเม็ดนี้ทำให้เกิดตะคริวและการหดตัวที่จะช่วยให้แม่คลอดลูก
ไม่ว่าทารกจะตายไปแล้วหรือยัง

นั่นหมายความว่าคุณสามารถคลอดทารกที่ยังไม่คลอดก่อนกำหนดได้

อย่างไรก็ตามจำไว้ว่าผู้หญิงเหล่านี้กำลังพยายามทำแท้งโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ
จากแพทย์ นอกเหนือจากผลข้างเคียงที่คาดไว้เพียงคนเดียวอาจลงเอยด้วยการติดเชื้อ
จากการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงเพียงน้อยนิด แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้

คลินิกยุทธนา ยินดีให้คำปรึกษาโทร.092-6578636

!!! ท้องไม่พร้อมใช่ไหม ปรึกษาเรา แล้วคุณจะพบทางออก !!!

ทำไมต้องใช้ Cytotec

ยาสอด CYTOTEC จัดเป็นยาทำแท้งอันดับ 1 ของโลกที่องค์การอนามัยยอมรับว่ายาตัวนี้มีฤทธิ์ในการทำแท้ง อีกทั้งยังมีการสนับสนุนให้ผู้หญิงทั่วโลกทำแท้งโดยใช้ยาตัวนี้อีกด้วย  ในทางเคมีไซโตเทคจัดเป็นสาร prostaglandin E 1 ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยระบุว่าเป็นยารักษาโรคกระเพาะ ในสมัยก่อนที่ยาชนิดนี้จะโด่งดังในการยุติการตั้งครรภ์ แพทย์ได้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมานานแล้วในวงการแพทย์

Cytotec มีประสิทธิภาพสูงถึง 98% ขึ้นไปเมื่อใช้อย่างถูกวิธีในการทำแท้ง

คำแนะนำ
สตรีที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยไม่ว่าจะอายุครรภ์เท่าไหร่ก็ตาม สามารถโทรเข้ารับคำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะ ในการใช้ยาอย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัยในทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทีมแพทย์ของเรายินดีตอบคำถามคุณด้วยความจริงใจ เรามีความต้องการช่วยเหลือผู้ไม่พร้อมมีบุตรที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการสูตินาแพทย์

ข้อควรระวัง !!!

ไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ เนื่องจากคุณอาจไม่ได้รับคำแนะนำให้ใช้ยาอย่างถูกวิธี ส่งผลให้ขับทารกไม่ออก เพราะฉะนั้นเมื่อซื้อยาแล้วก็ควรใช้ยาให้ถูกต้องเพื่อผลสำฤทธิ์ที่ดี

Cytotec เป็นชื่อทางการค้าผลิตโดยบริษัท Pfizer อเมริกา และทางเราก็ยังมียาอีกยี่ห้อคือ Cytolog จากอินเดีย เป็นยาทำแท้งตัวยาเดียวกันแต่ผลิตคนละประเทศ ได้ผลเหมือนกัน ให้ผลเท่ากันทุกอย่าง ต่างประเทศก็นิยมใช้อย่างแพร่หลาย เพราะหาง่าย ราคาไม่แพง 

สำหรับยากิน Ru486 นั้นเป็นยาทำแท้งแบบกิน ใช้รับประทานก่อนใช้ยาสอดเพื่อหยุดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จัดเป็นฮอร์โมนสำคัญในการดำรงอยู่ของทารกในครรรภ์ เมื่อไม่มีฮอร์โมนชนิดนี้จะทำให้รถหลุดรอกตัวออกมาส่งผลให้ทารกในครรภ์ก็หลุดออกมาด้วย เรานิยมใช้ยาตัวนี้ก่อนการสอดยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ 100% นั่นเอง

สินค้าของเราเป็นสินค้าของแท้ 100%

ยาทุกตัวอยู่ในฟรอยด์ไม่มีการแกะ จึงมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าของแท้อย่างแน่นอน

อย่ารีรอที่จะโทรเข้ามาหรือไลน์เข้ามาปรึกษาเรา หากคุณยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ค่าใช้จ่ายในการเอาออกก็ยิ่งสูงขึ้น

 

เลือกอายุครรภ์ได้เลย

เว็บไซต์ของเราอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านสูตินารีเวช มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำการยุติการตั้งครรภ์แบบปลอดภัย ง่าย และรวดเร็ว อย่ารีรอที่จะปรึกษาเรา โทรเลย.092-6578636

 

เช็คพัสดุไปรษณีย์ผ่านเว็บไปรษณีย์ไทยคลิก