ปัญหาการทำแท้งในประเทศไทย

ประธานมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี (แห่งประเทศไทย) กล่าวในเวทีเสวนา “เสนอข้อเท็จจริงเรื่องปัญหาการทำแท้งในประเทศไทย” ว่า รัฐบาลไทยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของเอเชีย แต่พบว่าปัญหาการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ จากข้อมูลสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่า มีการเสียชีวิตจากการทำแท้งเฉลี่ยปีละ 24 คน และ สปสช.ต้องสูญเสียค่ารักษาผู้ป่วยที่แท้งไม่ปลอดภัยเป็นเงิน 11 ล้านบาทต่อปี สาเหตุของการทำแท้งไม่ปลอดภัยคือ ไม่มีบริการที่เป็นระบบ ผู้ให้บริการไม่ได้มาตรฐาน ที่สำคัญคือประเทศไทยยังใช้เครื่องมือที่ล้าสมัยในการทำแท้ง โดยเฉพาะวิธีขูดรีดลูก ขณะที่ต่างประเทศใช้เครื่องดูดมือถือซึ่งมีราคาเพียง 1,500 บาทต่อชิ้น ทั้งที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าวิธีทำแท้งที่ปลอดภัยที่สุดคือการใช้ยา รองลงมาคือเครื่องดูดมือถือ ซึ่งยาที่ใช้ในต่างประเทศมี 2 ชนิด คือ Cytotec และ Mifipristone หรือ RU 486 แต่ไทยยังไม่ได้รับการจดทะเบียน แม้ว่ายา Cytotec จะมีต้นทุนเม็ดละ 17 บาท และยา RU 486 เม็ดละ 90 บาท เนื่องจากสังคมยังมองการทำแท้งผิดกฎหมาย ทั้งที่ทำได้หากอยู่ในข่ายที่ผู้หญิงถูกข่มขืน หรือเกิดปัญหาที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของหญิงมีครรภ์ ทำให้มีการลักลอบซื้อยาดังกล่าวจนถูกจำหน่ายในราคาเม็ดละ 5,000 บาท ที่สำคัญคือผู้หญิงที่ควรได้รับการรักษาไม่สามารถเข้าถึงยา หรือการรักษาที่ถูกต้องได้ ทำให้ต้องทำแท้งเถื่อน

ที่ปรึกษาคณะกรรมการแพทยสภา กล่าวว่า แพทย์จำนวนหนึ่งอยากช่วยผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งเพราะยังไม่พร้อมมีลูก แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีใครอนุมัติหรือเกรงความผิด จึงอยากให้สร้างความมั่นใจกับผู้ให้บริการว่า เมื่อแพทย์วินิจฉัยผลการตั้งครรภ์จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ก็ให้แพทย์สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ถือเป็นความผิด

ทุกโรงพยาบาลควรตั้งคลินิกปรับประจำเดือน เพื่อให้บริการกับผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งไม่ควรมองว่าเป็นการทำแท้ง แต่ให้มองว่าคลินิกปรับประจำเดือนคือส่วนหนึ่งของการคุมกำเนิด และไม่ควรมองว่าหญิงที่ทำแท้งผิดแต่คือผู้ป่วย

ยาสอดทำแท้งได้จริงหรือ ??

ใช้เป็นยาเดี่ยวๆ ก็ได้ผล แต่ประสิทธิภาพ ขึ้นกับหลายอย่าง เช่น อายุครรภ์ที่ถูกต้อง, เคยมีประวัติการคลอดบุตรมาก่อนหรือไม่, ยาใช้กินหรือใช้สอดช่องคลอด, เม็ดยาแห้ง หรือถูกทำให้เปียกน้ำก่อน ,จำนวนเม็ดที่ใช้ ความถี่ของการใช้ , สภาวะของมูกในช่องคลอด และปากมดลูก

ระยะแรกๆ ที่มีรายงานการใช้ ได้ผลใน % ที่ค่อนข้างต่ำ แต่ในประเทศที่กำลังพัฒนา การหายา RU 486มาใช้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และราคาแพง จึงมีคนพยายามทำการศึกษาถึงวิธีใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูง ในช่วงเกือบ 10ปีที่ผ่านมามีรายงานผลกันมาก แต่ละรายงานจะมีความแตกต่างกัน ในเรื่องของจำนวนคนไข้ที่ศึกษา การมาติดตามผล ขนาดยา และวิธีการใช้ การให้คำจำกัดความของ complete abortion และระยะเวลาที่วัดผล ทำให้เปรียบเทียบกันลำบากที่ฮือฮา มากเป็นรายงานจากประเทศ คิวบา มีรายงานว่าได้ผลถึง 92% แต่เมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติม ถึงที่มาของตัวเลข ก็ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ ในบทสรุป ถ้าเป็นในประเทศที่มีทางเลือกอื่น เขาจะบอกว่าไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากประสิทธิภาพต่ำ ผลข้างเคียงสูง แต่ถ้าเป็นใน developing country เขาก็จะบอกว่า นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าสนใจ

อาการข้างเคียงพบค่อนข้างบ่อย ปวดเกร็งท้องน้อย มีไข้+/-หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มึนงง อ่อนเพลีย เป็นผื่นคัน แดง แตกลมพิษ ไม่ได้ห้ามใช้ในคนไข้หืด เนื่องจากมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อหลอดลมเล็กน้อย ซึ่งต่างจาก PGs ตัวอื่น มีรายงานว่า ทำให้มดลูกแตกได้ ทั้งในคนไข้ที่เคยผ่าท้องคลอด และไม่เคยก่อนใช้ยาต้องได้รับการตรวจ ultrasound ว่าไม่ใช่ท้องนอกมดลูก มิฉะนั้นดูไม่จืดแน่ ต้องมีการตรวจติดตามผล เพื่อให้แน่ใจว่า การตั้งครรภ์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว เพราะบางคนใช้ยาแล้วมีเลือดออกมาก แต่ก็ท้องต่อ ที่สำคัญที่สุด ต้องมีแหล่งรองรับการรักษาได้ทันที ในกรณีที่เกิดผลแทรกซ้อนจากการรักษา เพราะอาจมีอันตรายถ้าปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนาน เช่นกรณี ตกเลือด เป็นต้น

ยาที่มีรายงานว่าสามารถใช้กินร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดอาการข้างเคียง ได้แก่ mifepristone ซึ่งเป็น antiprogesterone, tamoxifen ซึ่งเป็น antiestrogen , methotrexate ซึ่งเป็น cytotoxic drug

ทราบอายุครรภ์มีประโยชน์อย่างไร

การที่เราทราบอายุครรภ์ถือเป็นสิ่งที่ดีในการจัดการตัวเองเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ได้ เช่น เราจะเอาเด็กไว้ต่อหรือไม่ หรือเลือกที่จะทำแท้งเพื่อเอาเด็กออก หากต้องการตั้งครรภ์ต่อการทราบอายุครรภ์เร็วช่วยให้วางแผนเรื่องการฝากครรภ์ เพราะเมื่อไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลีนิกจะได้รับการเจาะเลือดเพื่อตรวจดูหมู่เลือด ตรวจหาเชื้อซิฟิลิส เอชไอวีและไวรัสตับอักเสบบี รวมถึงภาวะซีดและพาหะธาลัสซีเมียบางชนิดด้วย ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์ จะมีประโยชน์ในด้านการวินิจฉัยการให้การรักษา รวมถึงการป้องกันภาวะอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา

หากต้องยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจจะเกิดจากความไม่พร้อมในด้านต่างๆ อายุครรภ์จะเป็นสิ่งกำหนดว่าต้องใช้ยายุติการตั้งครร์หรือต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์
โดยในประเทศไทยยายุติการตั้งครรภ์นี้อยู่ในระหว่างการรอขึ้นทะเบียน ไม่มีขายทั่วไป (อาจจะมีขายตามเว็บไซต์) การจะยุติการตั้งครรภ์โดยทั่วไปจะต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ทั้งนี้ประมาณยาจะสัมพันธ์กับอายุครรภ์ของคนไข้ และที่สำคัญคือโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายต่อสุขภาพก็ลดลงตามขนาดของอายุครรภ์ คืออายุครรภ์น้อย ความเสี่ยงก็น้อย ใช้เวลาไม่มาก ค่าใช้จ่ายน้อย หากอายุครรภ์มาก การยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง เหมาะสมโดยแพทย์แม้จะมีความปลอดภัย แต่ก็ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์และสุขภาพกายของผู้รับบริการด้วย

ดังนั้น หลังจากรู้ว่าตั้งครรภ์ การรู้อายุครรภ์จึงจำเป็น เราสามารถนับอายุครรภ์ได้โดยการคำนวณจากวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด จะรู้อายุครรภ์ว่ากี่สัปดาห์ หรือไปอัลตราซาวน์ เพื่อทราบอายุครรภ์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้เลย หากจะตั้งครรภ์ต่อก็วางแผนเรื่องการดูแลสุขภาพทั้งตนเองและครรภ์ หากต้องตัดสินใจยุติก็วางแผนในการจัดการตามเงื่อนไขของตนเองต่อไป

การรู้อายุครรภ์ก็เพื่อความปลอดของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ไม่ว่าการตัดสินใจหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร 1663 ยินดีให้การปรึกษาเมื่อท้องไม่พร้อม เพื่อช่วยกันหาแนวทางการจัดการตามความเหมาะสมกับความต้องการของผู้รับบริการต่อไป

เราคือใคร มีจุดประสงค์อย่างไรในการทำเว็บไซต์นี้

คลินิกแพทย์ยุทธนา คือ องค์กรเอกชนที่เล็งเห็นถึงปัญหาการท้องไม่พร้อมในสังคมไทยที่เห็นต่างจาก

ต่างประเทศ กล่าวคือ ในต่างประเทศมองว่าการทำแท้งคือสิ่งถูกกฏหมาย คนไม่พร้อมมีสิทธิที่จะทำได้เพราะ

เขามองว่าหากผู้ไม่พร้อมคลอดออกรังแต่จะทำให้เกิดปัญหาเสียเปล่าๆดังนั้นเราในฐานะองค์กรเอกชนที่เชี่ยวชาญ

ในเรื่องสูตินารีเวชโดยนายแพทย์พิชัยจึงถือว่าเราทำเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงส่วนมากในสังคมที่พร้อมจะยุติการตั้งครรภ์

ด้วยตัวเองซึ่งสะดวกและปลอดภัยอย่างมาก เรามีทีมงานคอยดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งก่อนทำและหลังทำ จึงมั่นใจได้ว่าเราไม่ทิ้งคุณ เราจะอยู่กับคุณจนสำเร็จ

ทุกวันนี้ที่คลินิกมีลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้าเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์

ที่ปลอดภัย ส่วนมากผู้ที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตยังคงใช้บริการคลีนิคทำแท้งเถื่อนตามต่างจังหวัด คลีนิกเหล่านั้นไม่ใช่

แพทย์เป็นผู้ทำ อีกทั้งเครื่องมือก็ไม่สะอาด ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ ตกเลือด สูง

บริการของเราใช้ยาสองชนิดคือ misoprostol และ mifepristone ที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าสามารถใช้ทำแท้ง

ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 98% เป้าหมายของเราคือช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านั้นโดยให้ยากับผู้หญิงเหล่านั้นเพื่อ

ไปทำเองที่บ้านได้อย่างง่ายดาย มีผลสำเร็จสูงหากทำอย่างถูกต้อง

ในแต่ละปีจะมีผู้หญิงที่พร้อมจะยุติการตั้งครรภ์เกิดขึ้นจำนวนมาก จากผลวิจัยทั่วโลกมีจำนวนถึง 40 ล้านคนที่

ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าว

มีเซ็กซ์ให้ปลอดภัย

มีเซ็กซ์อย่างไร ปลอดภัย ไม่ท้อง ความกังวลใจถึงผลที่จะตามมาของการมีเพศสัมพันธ์อาจเกิดขึ้นทั้งหญิงและชาย แต่ปัญหานี้ดูจะตกหนักที่ผู้หญิงมากกว่า สิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะกังวลนั้นเป็นเรื่อง “ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ” มากกว่าที่จะกลัวการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากคู่นอน ทั้งที่จริงๆ แล้วเรื่องท้องไม่ใช่ปัญหาเดียวที่สำคัญ เพราะการติดโรคทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะเอดส์ก็สำคัญไม่แพ้กันเลย และประเด็นหลังนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้หญิงและผู้ชายเท่าๆ กัน ถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีเชื้อก็สามารถที่จะติดต่อไปสู่อีกฝ่ายหนึ่งได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคู่ และยังช่วยทำให้ไม่ต้องกังวลใจหรือเป็นทุกข์ใจทั้งเรื่องท้องและการติดโรค นั่นก็คือ การใช้ “ถุงยางอนามัย” เป็นที่รู้กันว่าอุปกรณ์คุมกำเนิดส่วนใหญ่นั้น ผลิตขึ้นโดยมุ่งไปที่ผู้หญิงเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นยาคุมกำเนิดแบบเม็ด ยาฉีดคุมกำเนิด หรือห่วงคุมกำเนิด ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่มุ่งไปที่การป้องกันท้องแต่ไม่สามารถป้องกันเอดส์ ในขณะที่ถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์การคุมกำเนิดอีกชนิดหนึ่งและ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ปลอดภัย จากการติดโรคเอดส์ได้มากที่สุดและยังป้องกันท้องได้อีกด้วย แต่กลับเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนไม่สนใจและให้คุณค่ากับมันน้อยเกินไปจนลืมนึกถึงความคุ้มค่า และความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง หรือแม้แต่ผู้ชายเองก็มักจะไม่ค่อยนิยมชมชอบมันสักเท่าไร เพราะยังไปติดอยู่กับเรื่องไม่เป็นธรรมชาติ ถึงเวลานี้แล้ว โลกก็หมุนเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้ว พวกเราคนรุ่นใหม่น่าจะหันกลับมาคิดกันใหม่ดีไหมว่า “ถุงยางอนามัย” เป็นเรื่องของคนสองคนที่ต้องพูดคุยและช่วยกันเตรียมไว้ เพราะการมีเซ็กซ์ที่ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องน่าอาย แถมยังทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างมีสุขภาพทางเพศที่ดีอีกด้วย

แหล่งรับทำแท้งมีที่ไหนบ้าง

ถ้าเป็นของ NGO และให้บริการเรื่องนี้ มีอยู่ 2 แห่ง

1)สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ( คลีนิกมีชัย สุขุมวิท12 )

เป็นของคุณมีชัย วีระไวทยะ อยู่ที่สุขุมวิท ซอย 12 เข้าซอยประมาณ 200เมตรอยู่ขวามือ เปิดให้บริการทุกวัน เวลาราชการโดยประมาณ รับทำ 1-3 เดือน ค่าบริการแบ่งเป็น ค่าตรวจ ultrasound 150 บาท และค่าทำ 1800 บาท รวม 1950 บาท ราคาเดียวไม่ได้ใช้ยาสลบ ให้ทานยาแก้ปวดก่อนทำ เนื่องจากผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก และต้องการลดผลแทรกซ้อนจากการใช้ยาสลบ โดยใช้รูปแบบการให้การรักษาเหมือนที่ population council ที่ new york สหรัฐอเมริกา รับผิดชอบทั้งหมดถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจากการทำ รับผิดชอบกรณีที่มีปัญหาหลังทำ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่ท้องโตเกิน 3 เดือน เป็นนโยบายที่จะไม่ให้บริการ มีสาขาหลายแห่ง ในกรุงเทพมีที่สวนจตุจักรใกล้ตลาด อตก ตรวจ ultrasound เฉยๆแล้วส่งเข้าไปทำที่ศูนย์ใหญ่ที่สุขุมวิท 12 ต่างจังหวัด มีสาขาที่เชียงใหม่ เชียงราย โคราช



2)สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย (คลีนิกสวท)

มีหลายสาขา ในกรุงเทพ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ ถนนวิภาวดี ซอย 44 ที่สาขาสามเหลี่ยมดินแดง ที่สาขาปิ่นเกล้าอยู่ใกล้สพานที่จะข้ามไปศิริราช ปกติจะทำในท้องที่โตไม่เกิน 9 อาทิตย์ ค่าบริการ 2500-3500 บาท ไปถึงก็บอกเขาว่าจะมาปรึกษาเรื่องการวางแผนครอบครัว เดี๋ยวเขาก็จะแนะนำต่อให้เอง

ชนิดของยาทำแท้ง

มีหลายชนิด แต่ไม่มีขายทั่วไป แพง เก็บรักษายาก ต้องแช่เย็น อายุสั้น ที่มีแพร่หลาย ก็ตัวนี้แหละ misoprostol หรือชื่อทางการค้าว่า cytotec เคยมีรายงานเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของ cytotec กับ gemepost ตามหลังการใช้ยา RU486 เพื่อยุติการตั้งครรภ์ ปรากฏว่าได้ผลไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ยาเหน็บ คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปหายาเหน็บตัวอื่นมาใช้อีก นอกจากเขาล่ะ cytotec ตามร้านขายยาใหญ่ๆมักจะมีขาย เนื่องจากยาตัวนี้ ตอนขออนุญาตขึ้นทะเบียน ได้ขอเป็นยารักษาโรค กระเพาะ มีกรรมการท่านนึงได้ให้ข้อสังเกตุว่า ฤทธิ์ของยาต่อมดลูก อาจทำให้มีการนำยามาใช้ในแง่ของสูติ มากกว่าข้อบ่งชี้ที่ บริษัทยาขึ้นทะเบียน ซึ่งก็เป็นจริง

ในประเทศบราซิล ยุคนึงมีการใช้ยาตัวนี้อย่างแพร่หลายมาก คนไข้ที่ไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ได้รับการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการแท้ง 70%จะผ่านยาตัวนี้มาก่อน จนรัฐบาลต้องออกกฏหมายควบคุมการใช้ยาตัวนี้ ความแพร่หลายจึงลดลง ไม่รู้ว่าเมืองไทยวันนึงจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า

จะรู้ได้อย่างไรว่าแท้งครบหรือแท้งสมบูรณ์

การที่มีเลือดออกมาก ไม่ได้แปลว่าแท้งเรียบร้อยแล้ว ต้องเห็นเนื้อเยื่อสีขาวๆลักษณะเป็นถุง คล้ายๆ กระเพาะปลา เป็นขุยๆรอบๆ หรืออาจเห็นตัวอ่อน (เกิน 9 wks) ถ้าไม่เห็น หรือไม่แน่ใจ หรือหล่นลงในโถ ขณะไปเข้าห้องน้ำ ก็ต้องตรวจ ultrasound ใน1-2 อาทิตย์ต่อมา เพื่อดูว่า ถุงของการตั้งครรภ์ ยังอยู่หรือไม่ หรือเห็นหัวใจเด็ก ยังเต้นอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมี การตั้งครรภ์นั้นอาจดำเนินต่อไปได้ ทั้งๆที่มีเลือดออก ถ้าไม่มี แต่ยังมีเลือดออกมาก ก็อาจเป็นการแท้งค้างหรือไม่ครบ ซึ่งการรักษา อาจใช้ยาcytotec ซ้ำ หรืออาจต้องขูดมดลูก อาการแพ้ท้อง ขึ้นอยู่กับว่า ยังท้องอยู่หรือไม่ หรือในบางกรณี ถ้ายังมีเนื้อเยื่อบางส่วน(chorionic villi)ที่ยังสร้าง ฮอร์โมน hcg ยังออกไม่หมด ก็จะยังแพ้ท้องอยู่และถ้า ตรวจปัสสาวะพบว่ายังตั้งครรภ์ ทั้งๆที่จริงออกไปแล้ว ประจำเดือน เดือนหน้าก็อาจไม่มา หรือ มาช้า

วิธีการทำแท้งแบบดูด

อุปกรณ์ทำแท้งแบบดูด

 

สมัยก่อนเวลาขูดมดลูก จะใช้เครื่องมือเป็นแท่งเหล็ก ส่วนปลายจะเป็นรูปวงรี สอดเข้าไปในโพรงมดลูกแล้วขูดเอาสิ่งต่างๆของการตั้งครรภ์ ทั้งเด็ก ทั้งรก และเยื่อบุมดลูกที่หนาตัวขึ้นมา ออกมาเป็นชิ้นๆ เป็นส่วนๆ การทำนั้นมองไม่เห็นข้างใน อาศัยความรู้สึกของผู้ทำ ทำให้มีผลแทรกซ้อน เช่น มดลูกทะลุ ขูดออกไม่หมด หรือขูดมากไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีก หรือแท้งง่าย ต่อมามีการพัฒนาเปลี่ยนเป็นหลอดพลาสติกคล้ายหลอดกาแฟ ปลายตัน แต่ใกล้ๆส่วนปลายจะบากเป็นลิ่ม โดยลิ่มข้างนึงลาด อีกข้างตั้งตรงเพื่อใช้ขูดเยื่อบุมดลูกได้ อีกปลายนึงจะสวมกับกระบอก syring 50cc พอดึงก็จะได้สูญญากาศ ดูดเอาเนื้อเยื่อที่ขูดแล้วออกมา จึงเป็น 2แรงแข็งขัน ทำให้การทำง่ายขึ้น ผลแทรกซ้อนน้อยลงกว่าการใช้เครื่องมือแบบเดิม และเดี๋ยวนี้ก็ใช้วิธีนี้เป็นมาตราฐานไปทั่วโลกแล้ว ลองไปดูที่ Http://www.ipas.org

 

บริการของเราถูกกฏหมายหรือไม่

ถ้าในประเทศไทยถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ถ้าต่างประเทศไม่ผิดกฏหมาย

  • ประเทศอื่นเช่นยุโรป อเมริกา อนุญาติให้มีการทำแท้งได้อย่างถูกกฏหมาย
  • ไมเฟพริสโตนและ ไมโซพรอสทอล อยู่ในบัญชียาหลักขององค์การอนามัยโลก WHO ยาทั้งสองนี้ไม่ใช่เป็นยาเสพติด (เช่น มอร์ฟีน หรือ โคเคน) หรือเป็นยาที่ทำให้เกิดอาการหลอนทางประสาทจำพวกยาไอซ์  เอ็กซ์ตาซี หรือเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย หรือ เป็นสารควบคุม
  • ไมโซพรอสทอลเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วในหลายประเทศ และ สามารถใช้เพื่อป้องกันแผลเปื่อยในกระเพาะอาหารได้ด้วย
  • ไมเฟพริสโตนไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนในทุกๆประเทศ แต่ก็ไม่ควรเป็นปัญหาเมื่อเป็นการใช้ส่วนบุคคลเท่านั้น ยาไมเฟพริสโตนยังสามารถใช้เพื่อการคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ, การรักษาโรคซึมเศร้า, รักษามะเร็งเต้านม และ อีกมากมาย
  • การมีไมเฟพริสโตนหรือ ไมโซพรอสทอลไว้ในครอบครองเพียงจำนวนเล็กน้อยเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมายของประเทศส่วนใหญ่

ข้อกำหนดทางด้านศุลกากรในประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก อนุญาตให้รับยาเพื่อการใช้ส่วนตัวได้ แต่ไม่อนุญาตให้รับยาปริมาณมากๆ ทางไปรษณีย์เพื่อเป้าหมายทางการค้าโดยไม่มีใบอนุญาตการนำเข้าและจำหน่าย
ค่าภาษีการนำเข้าจะอยู่ในความรับผิดชอบขอคุณ เมื่อของถูกส่งมาถึงยังประเทศของคุณแล้ว เป็นไปได้ว่าคุณอาจจะต้องเสียภาษี ในกรณีนี้คุณจะได้รับการติดต่อจากทางบริษัทส่งของเพราะต้องจ่ายภาษีก่อนถึงจะรับของได้ ถ้าคุณไม่จ่ายภาษี ซึ่งในแต่ละประเทศจะมีการจัดการแตกต่างกันไป ของที่ส่งมาอาจจะถูกทำลายไป แต่เนื่องจากคุณต้องการใช้ยานี้เองเป็นส่วนตัวและไม่ได้จะนำไปขาย กรณีนี้อาจจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก นอกจากนี้กรุณาทำความเข้าใจด้วยว่าเมื่อของได้ถูกส่งจากบริษัทรับส่งสินค้าแล้ว คุณคือผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้า
คุณจะอยู่ในสถานะผู้นำของเข้าจากต่างประเทศ และจะต้องทำตามกฎระเบียบของประเทศของคุณ คุณสามารถอ่านระเบียบศุลกากรได้ที่นี่ USP (ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น) หรือกรุณาติดต่อศุลกากรของประเทศคุณ